อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย มีประวัติในการจัดบ้านจัดเมืองมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว ดังจะเห็นได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเสมาหินที่จารึกอักษรครณห์ที่เป็นภาษาอินเดียโบราณ นับย้อนหลังประมาณห้วง พ.ศ. 1200 ขุดพบที่บ้านเปงจาน หมู่ที่ 8 ตำบลโพนแพง กิ่ง อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย
            ตามประวัติเท่าที่มีการบันทึกไว้ เริ่มเมื่อ ร.ศ.91 ( พ.ศ. 2415 ) ได้ทีการจัดตั้งเมืองโพนแพง (บ้านโพนแพง หมู่ที่ 1 ตำบลโพนแพง กิ่งอำเภอรัตนวาปี) โดยมีพระสุริยะวงศ์ (ท้าวจันทรา) เป็นเจ้าเมือง ต่อมาหลวงศรีมหาพรหม ได้ย้ายเมืองไปตั้งที่บ้านปากห้วย (ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย ปัจจุบัน) เมื่อ ร.ศ.95 ต่อมาเมื่อ ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) ฝรั่งเศสได้ยึดครองฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ทำให้พระสุริยะศักดิ์ได้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในรัชการที่ 5 สมเด็จข้าหลวงต่างพระองค์(พระบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม) ได้โปรดตั้งเมืองขึ้นอีกเมืองหนึ่ง ที่บ้านหนองแก้ว เรียกว่า “เมืองรัตนวาปี” แล้วให้พระสุริยะศักดิ์เป็นเจ้าเมือง ขึ้นปกครองกับเมืองโพนพิสัย
            เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2538 กระทรวงมหาดไทย ได้มีพระราชกฤษฎีกา อนุมัติให้ตำบลรัตนวาปี ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอ ซึ่งแยกออกมาจากอำเภอโพนพิสัย โดยประกอบด้วย 5 ตำบลคือ
1.      ตำบลรัตนวาปี
2.      ตำบลโพนแพง
3.      ตำบลบ้านต้อน
4.      ตำบลนาทับไฮ
5.      ตำบลพระบาทนาสิงห์

สภาพทั่วไป
            
             สถานีตำรวจภูธรอำเภอรัตนวาปี ตั้งอยู่บ่านโนนสวรรค์ หมู่ 6 ตำบลรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่พิกัด ที เอฟ 145308 ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 202 (หนองคาย-บึงกาฬ) กิโลเมตรที่ 71-72 มีเนื้อที่จำนวน 16 ไร่ 2 งาน 97 ตารางวา
             ที่ตั้งอำเภอรัตนวาปี อยู่ห่างจากจังหวัดหนองคาย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวถนนหลงแผ่นดินหมายเลข 202 (หนองคาย – บึงกาฬ) กิโลเมตรที่ 71 – 72 อยู่ในแผนที่พิกัด ที เอฟ 145308 ตั้งอยู่ที่บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 6 ตำบลรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย อาณาเขต
            ทิศเหนือ          ติดกับแม่น้ำโขง และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
            ทิศตะวันออก   ติดกับอำเภอปากคาด
            ทิศตะวันตก     ติดกับอำเภอโพนพิสัย
            ทิศใต้              ติดกับอำเภอโซ่พิสัย



การปกครองและความรับผิดชอบ

             สถานีตำรวจภูธรอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย มีพื้นที่รับผิดชอบ 5 ตำบล 61 หมู่บ้าน ดังนี้

1. ตำบลรัตนวาปี มี 12 หมู่บ้าน

2. ตำบลพระบาทนาสิงห์ มี 17 หมู่บ้าน

3. ตำบลโพนแพง มี 13 หมู่บ้าน

4. ตำบลบ้านต้อน มี 9 หมู่บ้าน

5. ตำบลนาทับไฮ มี 10 หมู่บ้าน
สาธารณสุข

            โรงพยาบาล                ยังไม่มี
            สถานีอนามัย   5          แห่ง
 

สถานที่ท่องเที่ยว
            ทัศนศึกษาชมรอยพระพุทธบาท บ้านพระบาทนาหงส์
            ทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำโขง ดินแดนแห่งบั้งไฟพญานาค
            ของฝากสับปะรดฉ่ำหวาน
 

การคมนาคม   
     
           มีถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข 202 ระหว่างหนองคาย – บึงกาฬ ระยะทางจากบ้านน้ำเป ผ่านตำบลรัตนวาปี ตำบลโพนแพง ตำบลบ้านต้อน ถึงอำเภอปากคาด ความยาว 28 กิโลเมตร

การศึกษา
            มีโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา 2 โรง คือโรงเรียนประชาบดีพิทยาคม และโรงเรียนพระบาทนาสิงห์  มีโรงเรียนสังกัดการประถมศึกษา 24    โรง โรงเรียนสาขา 2 โรง มีผู้อำนวยการ อาจารย์ใหญ่ ครู จำนวน 361 คน และมีนักเรียนจำนวน 5,000 คน
 

ศาสนา
            มีวัดจำนวน      48        วัด
            สำนักสงฆ์       10        แห่ง
            มีโบสถ์คริสต์   1          แห่ง
 

การเมือง        

             หมู่บ้านที่ตรงข้ามกับหมู่บ้านของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
            บ้านน้ำเป                        ตรงข้ามกับ              บ้านหนองเขียด
            บ้านท่าม่วง – ตาลชุม      ตรงข้ามกับ              บ้านห้วยสายพาย
            บ้านหนองแก้ว                 ตรงข้ามกับ              บ้านท่าแป้น
            บ้านโพนแพง                   ตรงข้ามกับ              ท่าพระบาทโพนสัน
            บ้านเปงจาน                     ตรงข้ามกับ              บ้านทวย
            บ้านต้อน                          ตรงข้ามกับ              บ้านหงษ์ทอง

อัตราส่วนความรับผิดชอบ

                      ตำรวจ : ประชากร (คน)                            1: 631 คน
 
                      ตำรวจ : พื้นที่                                           1: 1,402.786 ตารางกิโลเมตร
สถานที่ บุคคล บุคลากรในพื้นที่

             อำเภอรัตนวาปีเป็นอำเภอที่แยกการปกครองออกจากอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายมีจำนวนประชากรไม่ค่อยหนาแน่น ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมงตามลำแม่น้ำโขง

             อำเภอรัตนวาปี มีประชากรรวมทั้งหมด 37,291 คน โดยแยกเป็น

- ชาย 18,796 คน

- หญิง 18,495 คน


วิเคราะห์สถานการณ์ทั่วไป

             ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการทำงานตำรวจ เนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีตามกระแสโลกาภิวัฒน์ ก่อให้เกิดอาชญากรรมรูปแบบใหม่ และที่สำคัญนโยบายรัฐบาล ให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจ เป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการในระดับอำเภอรับผิดชอบการดำเนินการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด เพื่อเอาชนะผู้มีอิทธิพล การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว การจัดระเบียบสังคม ให้บรรลุเป้าหมาย

สถานการณ์ในพื้นที่

             อำเภอรัตนวาปี เป็นอำเภอชายแดน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่มีพื้นที่ทอดขนานยาวไปตามลำน้ำโขง มีความยาวทั้งสิ้น 38 กิโลเมตร จากการทีจังหวัดหนองคายไดรับเลือกจากนิตยสาร Modern Maturity ของสหรัฐอเมริกาว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก ซึ่งมีเกณฑ์การชี้วัดเมืองน่าอยู่ 12 ตัวชี้วัด ได้แก่ สภาพอากาศ, ค่าครองชีพ, วัฒนธรรม, ทีอยู่อาศัย, สาธารณูปโภค, การคมนาคม, การบริการทางการแพทย์, สภาพแวดล้อม, กิจกรรมนันทนาการ, ระบบการรักษาความปลอดภัย, ความมั่นคงทางการเมืองและเทคโนโลยี การที่จังหวัดหนองคายได้รับคัดเลือกนั้น ด้านหนึ่งที่สำคัญคือ ระบบการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเกิดจากความพึงพอใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจโดยรวม กิ่งอำเภอรัตนวาปี ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมให้เด่นขึ้น

             อาชญากรรมทั่วไป คดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย คดีเกี่ยวกับทรัพย์ การโจรกรรมรถยนต์-รถจักรยานยนต์ สามารถควบคุมได้ ส่วนมากการโจรกรรมรถจะนำมาจากนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ แล้วนำข้ามไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้เนื่องจากสามารถนำรถข้ามตามช่องทางต่าง ๆ หรือข้ามตามแนวน้ำโขงได้

             สถานการณ์ด้านยาเสพติด กิ่งอำเภอรัตนวาปี ประกาศเป็นอำเภอเข้มแข็งในการเอาชนะยาเสพติด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2546 ซึ่งมีการกำหนดมาตรการในการควบคุมและตรวจสอบ ผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพ ที่ยุติพฤติกรรม อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง แต่เงื่อนไขที่ยังคงดำรงอยู่คือ มีนักค้ารายย่อยจากนอกพื้นที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านตามช่องทาต่าง ๆ หรือตามแนวลำแม่น้ำโขง

             สถานการณ์ด้านปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านยังจะคงมีอยู่บ้าง ตราบใดที่ภาวะเศรษฐกิจของไทยและประเทศเพื่อนบ้านยังมีความแตกต่างกันมาก ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับจุดผ่อนปรนหย่อนยาน อันเป็นช่องว่างที่เขาหลบหนีเข้ามาในพื้นที่


พันธกิจ
             จากวิสัยทัศน์สถานีตำรวจภูธรอำเภอรัตนวาปี จึงได้กำหนดพันธกิจ ซึ่งเป็นงานที่ต้องปฏิบัติเพื่อนำหน่วยงานไปสู่การบรรลุผลตามวิสัยทัศน์ในอนาคต ได้แก่

พันธกิจที่ 1 การปราบปรามยาเสพติด

พันธกิจที่ 2 การปราบปรามผู้มีอิทธิพล

พันธกิจที่ 3 ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

พันธกิจที่ 4 การจัดระเบียบสังคม

พันธกิจที่ 5 การป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว

พันธกิจที่ 6 การบริหารงานที่ดีภายใต้กรอบความคิดแบบสมัยใหม่

 

ข้อมูลภารกิจตามวิสัยทัศน์

1. ภารกิจการปราบปรามยาเสพติด
2. ปฏิบัติตามขั้นตอน การต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด 3 ระยะ
ระยะที่ 1 ยึดพื้นที่ แยกสลาย ทำลายวงจรยาเสพติด
ระยะที่ 2 ฟื้นฟูดูแลพัฒนาสร้างความเข้มแข็งของพลังแผ่นดิน
1. เอาชนะยาเสพติดได้อย่างเด็ดขาดและยั่งยืน
2. หยุดยั้ง กวาดล้าง ทำลายเครือข่ายการค้า และการแพร่ระบาดยาเสพติดขจัดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน ให้หมดสิ้นไปหรือเบาบางจนลงในระดับที่ไม่ส่งผลสืบสวน จับกุม สกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติด จากประเทศเพื่อนบ้านร่วมกับตชด. นปข ต.ม หนองคายและฝ่ายปกครอง ตรวจค้นรถและบุคคลต้องสงสัยกดดัน ทำลายเครือข่ายผู้ค้า การแพร่ระบาด ปราบปรามนักค้ารายสำคัญ ตามบัญชีของ ศตส.กิ่ง อ.รัตนวาปี, ศตส.จ.นค และ ตร ให้แสดงตนเพื่อขอยุติบทบาท นำส่งไปฝึกอบรมเปลี่ยนพฤติกรรม ปรับเปลี่ยนทัศนคติตามโครงการ “ทำดีเพื่อแผ่นดิน” ดำเนินมาตรการกดดัน ปราบปรามกับผู้ค้าที่ไม่เลิกพฤติการณ์ ขจัดเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฟื้นฟู ดูแล พัฒนาผู้เสพ สร้างความเข้มแข็งกลับมาเป็นพลังของแผ่นดิน และให้ชุมชนดูแลเฝ้าระวังปัญหาอย่างต่อเนื่องปราบปรามผู้ค้ารายสำคัญอย่างเด็ดขาด แยกผู้เสพ ผู้ติด ผู้ค้ารายย่อย ออกจากขบวนการค้ายาเสพติดด้วยแนวทางสันติวิธี โดยให้เข้าปรับเปลี่ยนพฤติการณ์ดำเนินการมาตรการกดดัน ปราบปราม รักษาพื้นที่ ขยายผลการสืบสวนสอบสวน ยึดทรัพย์ มาตรการทางภาษี ค้นหาชักจูงผู้เสพที่เหลืออยู่ ให้เข้าสู่ระบบบำบัดรักษา ฟื้นฟู

พันธกิจที่ 1 การปราบปรามยาเสพติด
             ดำรงความเข้มแข็งของพลังแผ่นดินและชุมชนอย่างยั่งยืนกระทบต่อการดำเนินชีวิตโดยปกติของประชาชน เกิดความพึงพอใจต่อการปราบปรามยาเสพติด เกิดพลังแผ่นดิน ชุมชน เยาวชนเกิดจิตสำนึกในการเอาชนะยาเสพติด
ไม่มีการค้า การเสพยาเสพติดในพื้นที่ สังคมมีความเข้มแข็ง ประชาชนมีความรู้สึกปลอดภัยไม่หวาดระแวงจากปัญหายาเสพติด อาชญากรรมในพื้นที่เบาบางลง
ช่วยเหลือ ดูแล ผู้เสพ ผู้ติด ให้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติ ให้โอกาสทางสังคม ส่งเสริมให้ประกอบอาชีพสุจริต
เสริมสร้างความเข้มแข็งในสถาบันครอบครัว หมู่บ้านชุมชน เพื่อเป็นพลังแผ่นดิน ปลูกจิตสำนึกที่ดี และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะเยาวชนรักษาสภาพพื้นที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายการค้าการจำหน่าย เพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการทำงานของตำรวจ ตรวจสอบสถานบริการ ควบคุมไม่ให้มีสถานที่มั่วสุม รณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนทุกคน มีส่วนร่วมและเสริมสร้างพลังแผ่นดิน ให้ชุมชนสังคมให้ปลอดจากยาเสพติด

พันธกิจที่ 2 การปราบปรามผู้มีอิทธิพล
1.ยุทธศาสตร์การระดมพลังแผ่นดิน ขจัดสิ้นผู้มีอิทธิพล

2.ยุทธศาสตร์การขจัดเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลประชาชนทุกคนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เกิดความสงบสุขของสังคม อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย และความเจริญก้าวหน้าของประเทศให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล ยุติการกระทำของตนมิให้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายโดยจะต้องปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ เสริมสร้างค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้องดีงามเกี่ยวกับการเคารพกฎหมาย
รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดจากผู้มีอิทธิพล ขอความร่วมมือจากประชาชนในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งข้อมูลข่าวสารและปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล ให้พลังแผ่นดินเป็นแกนนำประชาชนร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ใช้มาตรการทางสังคมต่อต้านกลุ่มผู้มีอิทธิพลควบคุม กำกับ ดูแล ความประพฤติและการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับ
บัญชา หากผู้ใต้บังคับบัญชามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลผู้บังคับบัญชาใกล้ชิดตามลำดับชั้น จะต้องร่วมพิจารณาด้วยปรับย้ายเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล
ในกรณีที่มีหลักฐาน หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าร่ำรวยผิดปกติหรือเกินฐานะ ให้แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
3. ยุทธศาสตร์การปราบปราบมือปืนรับจ้างบริวาร และเครือข่ายของผู้มีอิทธิพล

4. ยุทธศาสตร์การปราบ   ปรามผู้อยู่เบื้องหลังผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง บริวารและเครือข่ายของผู้มีอิทธิพลยุติบทบาทและเลิก พฤติกรรมโดยเด็ดขาดเข้มงวด กวดขัน ตรวจสอบ สถานประกอบการต่าง ๆ ที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุน หรือเป็นแหล่งมั่วสุมของมือปืนรับจ้าง บริวาร และเครือข่ายผู้มีอิทธิพล
1. ให้ผู้อยู่เบื้องหลังผู้มีอิทธิพลในทุกพื้นที่ ยุติการกดขี่ข่มเหงรังแกประชาชน เอารัดเอาเปรียบสังคม หรือก่อความเสียหายต่อส่วนรวม
2. รับแจ้งแจ้งเบาะแสจากประชาชนหรือรวบรวมข้อมูลข่าวสารผู้มีอิทธิพล และให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบพิจารณาข้อมูล
3. จัดทำแฟ้มสืบสวนพฤติการณ์ผู้มีอิทธิพลทุกราย
4. กำหนดเป้าหมายในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้ง 15 ประเภท โดยจัดลำดับความสำคัญจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการก่อน-หลัง
5. การระดมสรรพกำลังของส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ กดดัน กวาดล้าง จับกุมดำเนินคดีกับมือปืนรับจ้างบริวารและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลที่มีอยู่
6. จัดระบบข้อมูลข่าวสารและการข่าวกรองเกี่ยวกับผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้มีอิทธิพลที่เป็นเอกภาพ รอบคอบรัดกุม ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
7. ตรวจสอบ ติดตาม เร่งรัด สืบสวน จับกุม ดำเนินคดีผู้อยู่เบื้องหลังผู้มีอิทธิพลที่มีอยู่
8. การปกป้องคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัย และสร้างเสริมขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตสมศักดิ์ศรีของข้าราชการและประชาชน พลเมืองดี ที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล

พันธกิจที่ 3 ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
1. ภารกิจด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
1.1  มาตรการในการป้องกันอาชญากรรม
1.2  ประชาชนในชุมชนทุกพื้นที่เกิดความพึงพอใจในการป้องกันอาชญากรรม
1.3  จัดสายตรวจให้มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพต่อการป้องกันอาชญากรรม ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์

2. เพิ่มจุดตรวจ-จุดสกัด จุดรับแจ้งเหตุ เข้าไปในพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะเส้นทางตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำรถที่โจรกรรมออกนอกประเทศ

3. ควบคุมการมี การใช้ และการพกพาอาวุธของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้อยู่ในกรอบกฎหมาย และสืบสวน ตรวจค้น ปราบปรามอาวุธสงครามอย่างเข้มงวด

4. ตรวจสอบร้านซื้อ-ขายของเก่า อู่ซ่อมรถ สถานที่พัก บ้านเช่า หอพัก โรงแรม และสถานที่ประกอบการอื่น ๆ ที่อาจเป็นแหล่งสนับสนุนอาชญากรรม

5. ตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปรามแหล่งอบายมุขและสถานบริการที่ดำเนินการผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด

6. จัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ระดมกำลังสมองวิทยาการที่ก้าวหน้าใช้เทคโนโลยีให้มากเพื่อปฏิบัติการในเชิงรุก

7. จัดทำ แก้ไข ปรับปรุงข้อมูลท้องถิ่น เกี่ยวกับบุคคลและสถานที่ เพื่อ
  7.1  มาตรการในการปราบปรามอาชญากรรม
  7.2. จับกุมคดีอาญาทุกกลุ่มให้บรรลุเป้าหมาย ใช้ประโยชน์ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

8. ชุดชุมชนสัมพันธ์ มุ่งเน้นเผยแพร่แนวความคิดให้หมู่บ้าน/ชุมชน ช่วยกันป้องกันอาชญากรรม โดยประชาชนในชุมชนเป็นแกนกลางในการดำเนินการ และเจ้าหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือ แนะนำ สนับสนุน

9. กวดขัน ป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด เข้าไปในสถานบริการ ป้องกันการชักนำเด็กและเยาวชนไปในทางเสื่อมเสีย หรือเป็นเครื่องมือในการกระทำผิด และให้ความร่วมมือกับส่วนราชการอื่นๆ ในการปลูกฝังค่านิยมให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองดี เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม

10. เพิ่มประสิทธิภาพการรับข้อมูลข่าวสารอื่นๆ จากประชาชน

1. จัดกำลังฝ่ายสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมให้มีความกะทัดรัด และมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับภารกิจ

2. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติให้มีความรู้ความเข้าใจ และยุทธวิธีตำรวจและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการปฏิบัติ

3.ใช้มาตรการเฉียบขาดในกรอบกฎหมาย ในการปราบปรามอาชญากรรมที่มีความรุนแรง สะเทือนขวัญ
      3.1. มาตรการในการอำนวยความยุติธรรม
      3.2  ประชาชนได้รับความยุติธรรมในการสอบสวนคดีอาญา
      3.3  ประชาชนมีความพึงพอใจและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
4. ปราบปรามแหล่งผลิต ซุกซ่อน สะสมจำหน่ายอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และอาวุธร้ายแรงทุกประเภท

5. ปราบปรามแหล่งอบายมุข ได้แก่ บ่อนการพนัน การเล่นการพนันด้วยเครื่องจักรกลไฟฟ้า ตู้ม้า ซ่องโสเภณี สถานที่ที่กักขังเด็กหรือหญิงไว้เพื่อค้าประเวณี สถานบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต การผลิต จำหน่ายเอกสาร วัสดุ สิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ วีดีโอเทป ลามกอนาจาร

1. ดำเนินการตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจของ ตร.อย่างต่อเนื่อง

2. ประกาศพันธะสัญญาการให้บริการขั้นตอนต่างๆ ระยะเวลาการให้บริการประชาชน

3. ปรับวัฒนธรรมค่านิยมการทำงานของข้าราชการตำรวจให้มีจิตสำนึกการให้การบริการและปฏิบัติตามพันธะสัญญา อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

4. ปรับปรุงพัฒนาสถานที่ สภาพแวดล้อมอย่างเป็นสัดส่วน

5. สำรวจความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

6. ดำเนินการตามมาตรการควบคุม กำกับ ดูแล และเร่งรัดการสอบสวนคดีอาญาทุกคดีและแต่งตั้งชุดทำงานคลี่คลายคดีที่สำคัญ
  
6. มาตรการการบริหารงานจราจร

7. มาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ประชาชนมีความพึงพอใจสูงสุด
ประชาชนสามารถใช้เส้นทางในการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และมีความปลอดภัยนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สถิตินักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวสูงขึ้น นักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติมาพักอาศัยระยะยาว (Long Stay) มีจำนวนมากขึ้น พัฒนาวิธีการแก้ไขปัญหาการจราจร ควบคุม สั่งการ อย่างเป็นระบบ จัดอบรมตามโครงการจราจรอาสา เพื่อช่วยเหลืองานจราจร เสริมสร้างวินัยจราจรให้มีการเคารพกฎหมาย จนเกิดเป็นค่านิยมที่ดีของสังคม อำนวยความสะดวกการจราจรให้กับท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุการจราจรจัดกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัย ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้เพียงพอเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และห้วงเวลาในการท่องเที่ยว ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน กวดขันป้องกันปัญหาที่เกิดกับนักท่องเที่ยว ขอความร่วมมือประชาชน ประกอบการค้าอย่างยุติธรรม จัดส่งกำลังตำรวจเข้าอบรมภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จัดชุดปฏิบัติการชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ ออกประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ให้รักษาความสะอาดของบ้านเรือน

พันธกิจที่ 4 การจัดระเบียบสังคม

ด้านการจัดระเบียบสังคม
1. มาตรการควบคุมสถานบริการ
2. มาตรการปราบปรามแหล่งอบายมุข
          1. ประชาชนมีความพึงพอใจในการควบคุมสถานบริการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
          2. ไม่มีเด็กหรือเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปในสถานบริการ
3. ดำเนินการทุกพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ สามารถควบคุมแหล่งอบายมุขได้
4. สามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน
เข้มงวด กวดขัน ตรวจสอบ สถานบริการให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการกระทำผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ไม่อนุญาตให้เด็ก/เยาวชน ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปในสถานบริการ
ไม่ให้มีการพกพาอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการ
ไม่ให้มีการจัดสังสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งมั่วสุมของเด็ก/เยาวชนในการเสพยาเสพติด
ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจเยี่ยมสถานบริการและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
ทำการสืบสวนหาข่าวในทางลึก เกี่ยวกับแหล่งและผู้มีพฤติการณ์ในการเปิดบ่อนพนันในพื้นที่ แล้วจัดทำข้อมูลรายชื่อ โดยให้เจ้าหน้าตำรวจติดตามพฤติการณ์อยู่ทุกระยะ จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบ
ปรามเจ้ามือจำหน่ายสลากกินรวบอย่างจริงจังกวดขัน ปราบปรามจับกุมการลักลอบเล่นการพนันและดำเนินคดีสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินการกับเจ้าของกิจการสถานที่หรือผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนันทุกประเภท
5. การป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว
            1. ยุทธศาสตร์การรองรับสถานะบุคคล
            2. มาตรการสกัดกั้น ผลักดัน และป้องกันการอพยพเข้ามาใหม่เพื่อลดขนาดของปัญหา
6. ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่มีส่วนรู้เห็น สนับสนุน ช่วยเหลือและแสวงหาผลประโยชน์จากผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นำแนวทางเกี่ยวกับการถอนสัญชาติและการยกเลิกการให้สถานะต่างๆมาดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้หลบหนีเข้าเมืองที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือละเมิดกฎหมาย อันจะก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
ปรับทัศนคติและสร้างความเป็นไทยให้กับผู้หลบหนีเข้าเมืองที่ได้รับสถานะแล้วให้สามารถอยู่ในสังคมไทยได้อย่างสงบสุขต่อไปมีการบูรณการ ผนึกกำลังจากส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม ตรวจสอบ ป้อกัน และสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมือง เพื่อประสานการดำเนินการอย่างมีเอกภาพ ประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้ประชาชน ชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบจากแรงงานต่างด้าว
เมื่อจับกุมแล้วให้ผลักดันและส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรโดยเร็ว